ภัสรายกมือปาดน้ำหวานเย็นจัดออกจากเรือนผม ความรู้สึกเหนียวหนับชวนให้แขยงไม่น้อย แต่ก็ไม่เท่าความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากสาวน้อยตรงหน้า

ผู้หญิงแบบนี้ละมังที่เขาว่าเหมือนตุ๊กตา แม้ทำหน้าบูดบึ้งก็ยังดูน่ารัก ตัวสูงชะลูดยิ่งสูงไปอีกด้วยส้นตึกสีจัดจ้า ร่างบางจ๋อยอยู่ในเสื้อสายเดี่ยวติดโบติดระบายรุงรังตามสมัยนิยม ท่อนล่างมีกางเกงครึ่งเข่าอวดน่องขาวนวล ดูแล้วบอบบางเหมือนนางกวางน้อย ติดแต่นัยน์ตาถมึงทึงดูราวกับจะขย้ำหล่อนเข้าไปเป็นอาหารมื้อนี้ มือข้างที่ไม่ได้ถือมือถือรุ่นล่าสุดของสุริยะยังมีแก้วใสอ่อนช้อยชี้หน้าหล่อนอยู่ แต่สั่นระริกด้วยความโมโห

 มือของภัสรากำมือถือแน่น... คนนี้เอง ตัวปัญหาของสุริยะ...

หญิงสาวพอจะจำได้อยู่หรอก สาวน้อยวัยรุ่นท่าทางเบื่อหน่ายที่พ่อแม่จ้างสุริยะให้ไปกันหนุ่มมาจีบ คราวก่อนเห็นที่งานเลี้ยงยังไม่ได้สังเกตกันให้ถนัด ไม่คิดว่าจะมีฤทธิ์ขนาดนี้

ถ้าหน้าไม่เริ่มเหนียวจากน้ำหวาน ชุดหล่อนไม่เยิน ภัสราคงหัวเราะกิ๊ก งานนี้พ่อเสือหนุ่มคงได้เคี้ยวเสือร้องไห้ หากจำไม่ผิด ผู้หญิงตรงหน้ามีทั้งเงินและอำนาจผ่านทางบิดา สุริยะคงจะดิ้นหลุดยากเป็นแน่ แต่ขณะนี้เป็นเวลางานของหล่อน หญิงสาวต้องพยายามหาทางปัดสิ่งรบกวนให้พ้นๆ ทางไปเสียก่อน

“ดิฉันเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณสุริยะ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเขาค่ะ” ภัสรายืดไหล่ สบตาผู้หญิงตรงหน้า หมายใช้ความมั่นคงตรงไปตรงมาบอกสาวน้อยรุ่นน้องให้แจ้งชัด จึงต้องแสดงความเป็นผู้ใหญ่ใจเย็น ดีกว่าแลกด้วยอารมณ์หรือแสดงตนว่าด้อยกว่าอีกฝ่าย

...แต่ภัสราประเมินพลาด สาวน้อยหน้าหล่อนคงผ่านการตามใจมามากกว่าที่หล่อนคาดไว้ ฝ่ายตรงข้ามอึ้งไปอึกใจหนึ่ง... อึดใจเดียว... แล้วก็เปลี่ยนท่าทีเป็นกอดอก ยืดไหล่ค้ำร่างหล่อน ก่อนจิกสายตาราวกับกำลังมองมดแมลงตัวหนึ่ง “อ้อ... ” น้ำเสียงจิกกัด เหน็บแนม ราวกับเป็นนางเอกละครผู้ถูกทำร้ายและไม่มีทางตอบโต้เป็นอย่างอื่น หางเสียงสั่นพลิ้วด้วยแรงอารมณ์ “มาแนวเย็นๆ ทำหยิ่งๆ นึกเหรอว่าคนอย่างฉันจะเกรงใจ”

สาวน้อยว่าต่อ เสียงดังกังวานอย่างคนมีอำนาจ “เธอนึกใช่ไหมว่า คนอย่างอภิรดี บรมโภคทรัพย์จะต้องเกรงใจใคร!!”

ตอนนี้แทบทั้งภัตตาคารหันมามองกันหมด แรกตอนภัสราก้าวเข้ามา ความงามก็สะกดสายตาอยู่แล้ว เมื่อผู้หญิงสวยอีกคนเข้ามา ก็ยิ่งมีคนเหล่มาบ่อยขึ้น พออภิรดีสาดน้ำหวานใส่ภัสรา คนยิ่งสนใจ แล้วเมื่อประกาศนามสกุลนักธุรกิจที่มีชื่ออยู่กลางหนังสือพิมพ์แทบจะวันเว้นวัน ตอนนี้เรียกว่า ไม่มีใครในห้องอาหารที่แล้วที่ไม่มองหล่อนกับอภิรดี

เมื่อภัสราบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว หล่อนก็เห็นร่างสูงเพรียวของสุริยะเดินเบียดเสียดฝูงชนเข้ามากลางวง

“น้องแคนดี้ ทำไมทำอย่างนี้ครับ” มือเรียวคว้ามือสาวน้อย รั้งไว้ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นแล้ว ภัสราอยากปิดตาภาวนา ขออย่าให้สุริยะพูดคำนั้น... อย่าพูดออกมาจะเป็นการดีที่สุด  ก็พอดีได้ยินเสียงทุ้มๆ ถามออกมาอย่างห่วงใยพอดี

“ภัสครับ พี่ขอโทษ เป็นอะไรรึเปล่า”

สำหรับภัสราในสถานการณ์นี้... มันร้ายกว่าคำด่าเสียอีก เพราะมันทำหน้าที่เป็นนกหวีดปล่อยตัวนักกีฬา ทำให้อภิรดีที่เริ่มจะหมดแรงกับการตะโกนฮึดขึ้นมา แล้วก็กรี๊ดออกมาอีกคำรบ

“รู้จักกันจริงๆ ด้วย รักกันเข้าไปสิ ห่วงกันเข้าไป คอยดูนะ แม่จะข่วนไม่ให้เลี้ยงเลย”

ว่าแล้วหล่อนก็สะบัดผลักชายหนุ่มเซไปทางหนึ่ง เล็บคมๆ สีสดกางร่อน หมายใบหน้าภัสราเต็มที่

ภัสรายืนนิ่ง หล่อนรู้วิธีป้องกันตัวอยู่บ้าง แต่เบื้องหน้าคือลูกสาวคนดัง หากจัดการไม่ถูกวิธี งานนี้หญิงสาวมีสิทธิเป็นข่าวหน้าหนึ่งได้ง่ายๆ แต่หากยืนนิ่งเป็นเสาฝนเล็บให้อีกฝ่าย ก็ออกจะเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดสักเท่าไหร่

 

แล้วเสี้ยววินาทีนั้นเอง หล่อนก็รู้สึกถึงแรงฉุดมหาศาลที่แขนข้างหนึ่ง ก่อนจะเซถลาไปปะทะเสารึกำแพงอะไรสักอย่าง กำแพงที่กว้าง อุ่น และมั่นคง...มันมีสีดำสนิทที่คุ้นๆ ตาอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวเอามือโอบสิ่งนั้นไว้เป็นหลักทันทีเพื่อทรงตัวให้ไม่ทรุดลงไปตามแรงฉุด

หันหน้าไปทางอภิรดี หล่อนก็พบว่าสุริยะคว้าข้อมือหญิงสาวไว้สองข้างได้สำเร็จ บีบหล่อนให้เผชิญหน้ากับเขา ก่อนบอก “น้องแคนดี้ น้องแคนดี้ต้องใจเย็นๆ นะครับ เห็นไหมคนมองใหญ่แล้ว เดี๋ยวคุณพ่อว่าเอานะ”

“ช่างป๊าสิ ช่างคนพวกนี้ด้วย แคร์ทำไม ปล่อยแคนดี้นะ” หญิงสาวยังดิ้นเร่าๆ พยายามให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม หากไม่สำเร็จ สุริยะค่อยๆ กึ่งจูงกึ่งลากหญิงสาวที่ยังดิ้นรนออกจากห้องอาหาร จนกระทั่งต้องเปิดประตูนั่นแหละ ที่อภิรดีถือโอกาสสะบัดตัวจนหลุดแล้วตบหน้าหล่อเหลาดังฉาดใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวก้าวยาวๆ ออกไปโดยไม่เหลียวหลังมาอีก ร้อนถึงสุริยะต้องวิ่งตาม ปากก็ร้องเรียกชื่อหญิงสาว

 

ภัสรามองนาฏกรรมชีวิตของเพื่อนร่วมงานร่วมกับผู้ชมอีกหลายสิบด้วยความรู้สึกออกจะตื่นใจปนอ่อนใจ หากเมื่อไทยมุงกลับไปสนใจธุระของตัวเองไม่ทันไร หล่อนก็รู้สึกว่าหลักที่หล่อนใช้พิงอยู่นั้นขยับได้

                “ชีวิตส่วนตัวของคุณนี่น่าสนใจดีพิลึกนะ คุณภัสรา” นอกจากขยับนิดๆ แล้วยังพูดได้ และพูดได้ด้วยน้ำเสียงแดกดันระคายหูเป็นที่สุด หญิงสาวผงะก้าวถอยหลังทันทีด้วยความตกใจ และเกือบเสียหลักถ้าไม่มีมือใหญ่มารั้งเอวไว้ ดึงให้หล่อนกลับมาซบอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม... ตำแหน่งที่ภัสรารู้ในที่สุด ว่าเป็นแผ่นอกของผู้ชาย

                ผู้ชายที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของหล่อน อาคม ประลัยดัสกร

                 “ปล่อยดิฉัน” ภัสราพูดเสียงเรียบ เย็น หากไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาวาวจ้าของชายหนุ่ม

                “คุณก็ปล่อยผมก่อนสิ ผมหายใจแทบจะไม่ออกแล้วนะ เห็นตัวนิดเดียวนี่หนักน่าดูเลยนะคุณ” น้ำเสียงมีแววเย้า ราวกับเสือหนุ่มที่ชอบเล่นกับเหยื่อก่อนกินเป็นอาหาร แต่ก็ยังทำให้หญิงสาวอดมองอย่างเคืองๆ ไม่ได้ ผู้ชายปากดีคนนี้หาว่าหล่อนตัวหนัก

                แล้วหญิงสาวก็รู้ตัวว่า จริงอย่างที่อาคมบอก เพราะหล่อนทิ้งน้ำหนักตัวแทบทั้งหมดลงไปที่เขา แถมแขนยังรัดรอบตัวชายหนุ่มเสียแน่นทีเดียว เมื่อรู้ตัว ภัสราก็ใบหน้าร้อนวาบ รีบก้าวถอยออกมายืนห่างจากชายหนุ่มไปพอควร หญิงสาวไม่แน่ใจว่าแววตาเสียดายวูบหนึ่งของเขานั้น เป็นการแสดงล้อเล่นหรือออกมาจากความรู้สึกแท้ๆ

                วันนี้เขาก็ใส่สีดำ ภัสรามองสำรวจโดยอัตโนมัติ คนละชุดกับคราวที่แล้วและลำลองกว่า ปกเสื้อเล่นลวดลายแปลกตา ปลดกระดุมเม็ดหนึ่งเห็นจี้สีเงินแวบออกมายามที่เขาเปลี่ยนท่าทางเป็นกอดอก มองหล่อนอย่างพิจารณาไม่แพ้กัน

                “ทำไมนะ คนอื่นได้เจอคุณตอนที่สวยๆ แต่ผมต้องได้เห็นคุณตอนที่เสื้อผ้าของคุณพังแล้วทุกทีสิน่า”

นัยน์ตาสีเข้มจุดประกายสว่างวาบ “รึว่าเพราะเป็นชะตากรรมที่ผมต้องช่วยคุณถอดก็ไม่รู้สิคนสวย”

                หญิงสาวถอนใจ หมดอารมณ์จะโต้เถียงกับชายหนุ่มให้มากความ “ขอบคุณคุณอาคมนะคะที่ช่วยดิฉันไว้” ไม่อย่างนั้นภัสราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรต่อเหมือนกัน

                ชายหนุ่มหยุดนิดหนึ่ง แล้วโพล่งว่า “นายเขตปลีกตัวไม่ได้ เลยให้ผมลงมาแลกชุดแทน ผมเห็นคุณกำลังเล่นละครชีวิตอยู่ เลยเอาฝากไว้ให้ยายเจี๊ยบที่โต๊ะหน้าจัดการ”

                ได้ยินดังนั้นภัสราก็ได้แต่ลอบถอนใจ ...แคล้วคลาดกันอีกแล้วสิน่า

                “แต่ก็นั่นละ เนื่องจากนายเขตเขาเป็นสุภาพบุรุษ กลัวคุณกินข้าวคนเดียวจะเหงา เลยขอให้ผมอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนคุณด้วย ยังมีอารมณ์กินที่นี่อยู่ไหมละคุณ”

                หน้าหล่อนยังเหนียวด้วยน้ำหวานเป็นแถบ ชุดก็เป็นเป็นดวงๆ แถมฝูงคนยังมองมาแล้วหันกลับไปซุบซิบกันเป็นพักๆ หากหล่อนจะทนกินข้าวที่นี่คงจะอร่อยไม่ลง ต่อให้มีอาหารทิพย์มาวางล่ออยู่ตรงหน้า หรือฉากในร้านจะจัดสวยยังไงก็ตามที

                “คงไม่ไหวล่ะค่ะ ภัส... ดิฉันขอตัวดีกว่า”

                ภัสราจะเลี่ยงตัวหลบ แต่อาเขตก็ยังก้าวเข้ามาขวางไว้ยิ้มๆ “ไม่ได้สิครับ นายเขตสัญญาไว้ว่าจะเลี้ยงคุณ ถ้าผมทำเขาผิดสัญญาก็แย่ เสียภาพลักษณ์ผู้บริหารหมด เดี๋ยวผมเลี้ยงละกัน” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ก้าวยาวๆ ไปที่โต๊ะต้อนรับ ปากส่งเสียงเรียกพนักงาน โทนเสียงเจื้อยแจ้วทีเดียว “เจี๊ยบ เจี๊ยบเอ๊ย”

                พนักงานหน้าตาน่ารักคนที่ต้อนรับหล่อนหันมายิ้มหวาน ท่าทางเป็นกันเองมากกว่าตอนที่ต้อนรับหล่อน ดูมีชีวิตชีวามากกว่าเป็นไหนๆ “ขา... พี่คม” น้ำเสียงของหล่อนหวานเจี๊ยบจนดูเหมือนการล้อเลียน

                “ขา...พี่ทำไมเหรอ หรือว่าเมื่อเช้าพี่ลืมแว็กซ์ขนหน้าแข้งฮึเจี๊ยบ” อาคมพูดหน้าจริงจัง มือไม้ปัดแถวชายกางเกงไปมา ราวกับจะหาว่ามีขนหน้าแข้งแลบออกมาให้เห็นจริงรึเปล่า เรียกเสียงหัวเราะกิ๊กใหญ่ให้พนักงานสาวสองสามคนที่ทำงานอยู่บริเวณนั้น

                ... อ้อ... เนื้อหอม

                ภัสราเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมหล่อนต้องนึกหมั่นไส้ขึ้นมาครามครัน ถ้าผู้ชายคนนี้จะมีฮาเร็มเป็นโรงแรมอีกสามสิบแปดแห่งทั่วฟ้าเมืองอมรก็ไม่ใช่เรื่องของหล่อน หญิงสาวใคร่ครวญกลับไปกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วตัดสินใจว่า คงเป็นเพราะหล่อนรำคาญที่ผิดแผน ทำให้มองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด

                แล้วภัสราก็นึกได้ ในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อน ทำไมอาคมไม่เห็นมีชีวิตชีวา ช่างเย้าช่างกวนเหมือนวันนี้เลยนะ

                นึกอะไรเรื่อยเปื่อย เมื่อรู้ตัว ถุงกระดาษอย่างดีก็มาแกว่งอยู่ตรงหน้า “เชิญครับ ส่วนชุดของทางโรงแรมน่ะ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องไปเก็บจากจุดเกิดเหตุดีกว่า คุณคงไม่อยากกลับไปตรงนั้นกระมัง”

                แต่เวลากลับมามองหล่อน... ก็ดูกวนเหมือนกัน แต่เป็นกวนโมโหมากกว่าอย่างอื่น ฟังเสียงหนักๆ ดุๆ กับดูแววตาถือดีของเขาแล้ว หญิงสาวอยากกระตุกถุงกระดาษใบนั้นแล้วเดินสะบัดออกไปลานจอดรถจริงๆ แต่ก็นึกว่า อย่างไรคนคนนี้ก็เป็นผู้พี่ของ”เป้าหมาย” แม้จะเริ่มต้นกันได้พิสดาร แต่หากลองเปลี่ยนท่าทีดูก็คงไม่เป็นไร หญิงสาวจึงรับถุงมาเงียบๆ

                “ห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้ามมีอาหารอร่อยดีครับ อย่าเสียเวลาเลย” ชายหนุ่มไม่ได้ชวน ไม่ได้ถาม หากเขาพูดคล้ายสั่งกลายๆ ปลายนิ้วแตะเอวหล่อนออกเดินอย่างสุภาพบุรุษ แต่สัมผัสจากปลายนิ้วนิดเดียวนั้นร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาดใจ

                เอาเถิด ครั้งนี้ถือว่าหล่อนยอมลงให้... ภัสรานึกในใจ ก่อนจะยอมเดินนำร่างสูงใหญ่นั้นไปยังลานจอดรถ

               

                ร้านอาหารในศูนย์การค้าที่อาคมกล่าวถึงนั้น เป็นเพียงศูนย์อาหารขนาดใหญ่ พนักงานเล็กๆ น้อยๆ จากหลายบริษัทเดินกันวุ่นวาย มีพนักงานจากโรงแรมของชายหนุ่มปะปนอยู่ด้วย ต่างก็กินอาหารจานด่วนกันอย่างอร่อย ที่ซุ้มคูปองมีคนแน่นเต็มเนื่องจากเป็นช่วงพักกลางวัน

                หญิงสาวมองอาคมอย่างไม่แน่ใจ เขาบอกว่าจะพามาร้านอาหารก็จริง แต่หญิงสาวคาดไม่ถึงว่า หลังจากเช็ดหน้า ถอดเสื้อคลุมสกปรกออกแล้ว เขาจะพามาเลี้ยงเพียงศูนย์อาหาร อุตส่าห์ใหญ่โตนามสกุลดังทั้งที กลับพามาแค่นี้

                “ข้าวยำที่นี่อร่อยมาก ให้เยอะ ดีต่อสุขภาพด้วย ผมว่าผู้หญิงรักสวยรักงามอย่างคุณคงชอบมากกว่าร้านอื่นๆ รึว่าคุณจะเปลี่ยนใจ” เขาตอบหล่อนยิ้มๆ แต่แววตาประเมิน ...หนอย คงคิดว่าหล่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปล่ะสิ คนอย่างภัสราไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนะ

                “พามาที่ไหนก็ต้องกินที่นั่นสิคะ” หญิงสาวตอบ อ่อนหวาน “คนเลี้ยงมีปัญญาเลี้ยงเท่าไหร่ก็เท่านั้น คนกินฟรีอย่างดีฉันคงไม่มีสิทธิบ่น”

                ปฎิกริยาจากร่างสูงคือเสียงหัวเราะหึหึ “ก็มีปัญญาเลี้ยงเท่านี้แหละ” ว่าแล้วเขาก็เดินนำหล่อนไปท่ามกลางผู้คนขวักไขว่

                “พี่โค้มมม พี่คม” เสียงแจ๋วๆ ของเด็กหนุ่มดังไม่เบา ร่างในชุดดำจึงยกมือทักแล้วก้าวยาวๆ ไปหาจังหวะที่เขากับเพื่อนๆ ยกมือไหว้ “หวัดดีค้าบพี่คม โหนานปีทีหนไม่เห็นมากินที่นี่เลยพี่ ปกติเห็นไปกินส้มตำที่...” เด็กหนุ่มหน้าใสพูดจาเรื่อยเจื้อยหยุดเสียงลงเมื่อมองเห็นภัสราเดินมายืนเยื้องกับชายหนุ่ม พอเขาสบตาหล่อนก็กลืนน้ำลายติดๆ กันก่อนเสยกน้ำหวานมาดูด แล้วก็สำลักยกใหญ่ หน้าแดงก่ำทีเดียว

                อาคมเดินมาตบหลังเด็กหนุ่มสองสามอั้กเบาๆ “เห็นหน้าสาวแล้วสะอึกเชียวไอ้ไก่เอ้ย ไก่อ่อนจริงๆ” ชายหนุ่มว่า “นี่พวกเด็กฝึกงานที่โรงแรม ไอ้ไก่ ไอ้อู๊ด ไอ้ปลา น้องกุ้ง ถ้าคุณชื่อกั้งคงร่วมคณะบุฟเฟ่ต์ไปได้” ว่าแล้วชายหนุ่มก็กลับไปพูดกับน้องๆ “นี่คุณภัส” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนเก้าอี้ที่ใกล้ตัวหล่อนที่สุดเป็นเชิงเชิญให้นั่ง ก่อนจะผละไปต่อแถวที่ซุ้มขายคูปองเสียเฉยๆ

                หญิงสาวนั่งลง ไม่รู้จะทักทายยังไงกับนักศึกษาฝึกงานกลุ่มนี้ได้ถูก

                “พี่ๆ เป็นแฟนพี่คมเหรอ” น้องผู้หญิงท่าทางอัธยาศัยดีรองลงมาจากหนุ่มไก่พูดขึ้น ส่งยิ้มให้หล่อนอย่างเป็นมิตร “ดีเนอะ พี่คมเนี่ย เท่จะตายไป ถ้าหนูไม่มีแฟนแล้วนะ พี่คมเสร็จหนูแน่”

                ภัสรารู้สึกว่าความร้อนฉีดขึ้นใต้ผิวหน้า หญิงสาวยิ้มแล้วปฏิเสธ “น้องเข้าใจผิดแล้วค่ะ พี่ไม่ได้เป็นแฟนพี่คม” ไม่ได้เป็น ไม่อยากเป็น ไม่มีวันเป็นแฟนผู้ชายตัวโตตาดุท่าทางกร่างแถมขี้งกขี้เหนียวคนนั้น

                น้องสองสามคนทำเสียงแกล้งโล่งอกโล่งใจ แล้วก็ชวนหล่อนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้สนุกสนาน

                ไม่นานอาคมก็เดินกลับมา ไม่ได้นำคูปองมาแต่ยังเอาอาหารและน้ำใส่ถาดมาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าหล่อนเรียบร้อย ภัสราเหลือบตาดูก็เห็นข้าวยำสีคล้ำกลิ่นหอม มีผักและเครื่องหั่นเป็นชิ้นพอดีคำวางเรียงไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยข้างๆ และน้ำบูดูสีเข้มใส่ถ้วยแยกต่างหากมา และโดยไม่พูด ไม่ถาม เขาก็ชามหยิบก๋วยเตี๋ยวหมูใส่พริกแดงแจ๋มานั่งตรงข้าม กินไปหยอกเย้าเฮฮากับรุ่นน้องไปอย่างสนุกสนาน

                หญิงสาวลองชิมดู ข้าวยำอร่อยสมคำโฆษณา ตัวชายหนุ่มเองก็ดูลดวัยลงไปคุยเล่นหัวเฮฮากับเด็กฝึกงานได้อย่างกลมกลืน ทำให้บรรยากาศน่าผ่อนคลายแทบลืมเรื่องปวดหัวในร้านอาหารหรูหราของโรงแรมไปสิ้น

               

จนกระทั่งใกล้บ่ายโมงนั่นละ ที่วงสนทนาจะแยกย้ายกันไป อาคมแวะมาส่งหล่อนที่รถ หลังจากไม่ลืมยื่นลูกอมสมุนไพรลูกจิ๋วให้หล่อนหลังมื้ออาหาร “นี่ครับ” มือใหญ่กางไว้เฉยๆ เผยก้อนลูกอมสีน้ำตาลใสเหมือนอำพัน “เอาไว้กำจัดกลิ่นน้ำบูดู”

ภัสราเอ่ยขอบคุณ แล้วก็จรดปลายนิ้วลงบนฝ่ามือเรียบตึงของเขาเพื่อหยิบยาอมนั้น สัมผัสความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแล้วหญิงสาวก็อดนึกไม่ได้ว่า ถ้าหย่อนเหรียญลงไปบนฝ่ามือนี้ มันคงกระเด้งขึ้นมาเหมือนหย่อนเหรียญลงบนผ้าปูเตียงปูใหม่ๆ เป็นแน่แท้

... บ้าจริง แค่สัมผัสฝ่ามือของเขา หล่อนก็นึกถึงเตียงไปได้ยังไงกัน

                “ผมไม่รู้ว่าคุณทำอาชีพอะไร แต่ถ้าต้องไปพบลูกค้า เป้าหมาย เจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานด้วยลมหายใจน้ำบูดูละก็ คุณเอ๊ย... ร้อยทั้งร้อยเผ่นป่าราบ”

จากที่สดชื่นและผ่อนคลายจากอาหารมื้ออร่อย ความหงุดหงิดก็เริ่มแผ่ออกมาจากมวนท้องของหล่อนเมื่อนึกถึง “เป้าหมาย” ที่ดูท่าจะ “เผ่นป่าราบ” ไปได้ง่ายๆ เพราะเหตุการณ์ที่ผู้ชายคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภัสราอดไม่ได้ที่จะเบ้ริมฝีปากขึ้นนิดหนึ่ง แล้วตวัดสายตามองอาคมอย่างหาความ

“แหม ขอบคุณค่ะ กลิ่นอาหารถูกๆ นี่มันอันตรายจริงๆ”

“อันที่จริงผมก็ไม่ได้ห่วงเรื่องงานคุณหรอกครับคุณภัสรา เพราะสเน่ห์คุณก็แรงพอตัว” เขาพูดยิ้มๆ หากน้ำเสียงกลับห่างเหินนิดๆ ราวกับชายหนุ่มเสียงดังช่างเย้านั้นหลบไปอยู่ที่ไหนสักแห่งในความมืดดำของร่างกาย ชั่วขณะหนึ่ง ภัสรารู้สึกใจหาย

“แต่เดี๋ยวใครคนต่อไปที่จูบคุณ เขาจะรับไม่ได้ที่คุณไปกินของถูกมานะสิ” ปิดท้ายประโยคตามเคย ด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่เชือดเฉือนความรู้สึกกันเป็นที่สุด

 

ภัสรามองสบตาเขา ยิ้มอย่างอ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หญิงสาวเหยียดมือออก ปล่อยให้ลูกอมสีอำพันกลิ้งเกลือกลงบนพื้นถนนขรุขระ แล้วจึงตวัดหมุนตัวกลับไปที่รถ ขับออกไปอย่างกระแทกกระทั้น

edit @ 25 Dec 2010 07:37:44 by Ratiikaan

หยาดน้ำยังเกาะพราวอยู่บนเนินอกอิ่มที่ถูกขมวดแน่นไว้ใต้ผ้าเช็ดตัวสีแดงเข้ม ตัดกับผิวขาวผ่องผุดผาดเมื่อภัสราก้าวออกมาจากห้องอาบน้ำในคอนโดมิเนียมระฟ้า หญิงสาวปลดคลิปหนีบผมที่มัดเป็นมวยลวกๆ ยามอาบน้ำออก ปล่อยให้เส้นผมสลวยทิ้งตัวลงระบ่าและแผ่นหลัง

การได้อาบน้ำอุ่นๆ ช่วยให้หล่อนได้ผ่อนคลายลงจากอารมณ์ของการถูกหักหน้าในงานเลี้ยงเมื่อหัวค่ำได้ดี

งานของหล่อนแทบไม่เคยมีข้อผิดพลาด หากครั้งนี้ดูจะมีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมด เป็นเพราะหล่อนไม่ได้ใส่ใจกับพี่ชายคนโตของครอบครัวนี้แท้ๆ

อาคม ประลัยดัสกร... คนที่จะขัดขวางงานรายได้ดี เงินเดือนงาม โบนัสเหนาะๆ ของหล่อน

ผืนนครของเทพเทวาข้างล่างยังระยิบระยับจับตา แสงไฟรถสีส้มทองไหลเรื่อยราวกับธารอัญมณี บางทีก็หยุดนิ่ง บางทีก็โดนบดบังจากเงามืดของอาคารต่างๆ เป็นช่วงๆ แลลึกลับน่าค้นหา

 

ภัสราทาเครื่องบำรุงผิวอย่างดี ก่อนสวมชุดนอนแพรตัวยาว เนื้อผ้าเบาลื่น หญิงสาวทบทวนข้อมูลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อาเขตทำงานอยู่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนอื่นที่หล่อนอาจจะหลงลืมไปได้

หากเมื่อเปิดรายชื่อของผู้บริหารออกศึกษา หญิงสาวก็ต้องแปลกใจ ก่อนเปลี่ยนเป็นอภัยให้ตัวเองขึ้นมานิดๆ เพราะไม่มีชื่อของนายอาคมอยู่ในนั้น

หล่อนไม่ได้ตรวจข้อมูลพลาด แค่ไม่ครบถ้วนเท่านั้นเอง ใครจะนึกว่าจะมีสมาชิกในครอบครัว...ลูกชายคนโตแท้ๆ ที่ทำหน้าที่ในบริษัท แต่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร มือขาวคลิกเมาส์ว่องไว ก่อนจะเปิดเจอชื่อของชายหนุ่มในแผนกหนึ่งของบริษัท...แผนกออกแบบและวางผัง

ชายหนุ่มไม่ใช่หัวหน้างานด้วยซ้ำ เขาเป็นแค่พนักงานระดับกลางธรรมดา

มาดไม่ได้ให้เลย... ภัสราเบ้ปากเบาๆ เมื่อนึกถึงชายหนุ่มในเสื้อผ้าสีดำเนี้ยบกริบ เสื้อสูทหรูแฝ่มีราคาขนาดนั้นเนี่ยนะ พนักงานบริษัทธรรมดา

หากภัสราเองก็แปลกใจไม่นาน หญิงสาวลุกจากคอมพิวเตอร์เครื่องจิ๋วบนโต๊ะ ผละกลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตางดงามที่มองตอบมามีคำถามหยามหยัน

กี่รายแล้วล่ะ ที่โก้เก๋มาดดีมีระดับ แต่อันที่จริงแล้วไม่มีแม้กระทั่งเงินสดสักยี่สิบบาท

กี่คนหนอ ที่วิ่งทำงานหลายอาชีพ เค้นหยาดเหงื่อทุกหยดทุกเม็ด เพื่อจะอดข้าวไปซื้อกระเป๋าใบเล็กๆ หน้าตาตลกใบเดียว เพียงเพราะมีป้ายเล็กๆ บอกชื่อที่มีคนรู้จัก

กี่คน... ที่มีโทรทัศน์ดู มีบ้านใหญ่โตโอ่อ่า แต่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าหนี้สินที่ติดค้าง ต้องกราบกรานเจ้าหนี้ เจ้าบ้าน ให้ผัดผ่อนเม็ดเงินที่ต้องจ่ายไปอีกวัน เพื่อหน้ากากสังคมอันโก้หรู เพื่อความว่างเปล่า

ภัสรารู้จักคนเหล่านี้ดี ดีเกินกว่าที่ใครจะรู้

หญิงสาวเติบโตมากับคนพวกนั้น

 

พ่อแม่ของภัสรา เคย เป็นคหบดีใหญ่โตเก่าแก่ของจังหวัดภาคเหนือ หากภาวะเศรษฐกิจที่คลอนแคลน ได้พรากเอาเนื้อใต้เปลือกโอ่อ่าไปจนกลวงโบ๋ มีเพียงคราบที่ใหญ่จนตระหง่านง้ำค้ำชูตัวเองไว้ได้ แม้จะไม่มีอะไรช่วยพยุงอีกแล้ว

ยามนั้น หญิงสาวรวมทั้งพี่สาวของหล่อน วรุณี ก็ยังถูกฝากเข้าในโรงเรียนมัธยมเอกชนในกรุงเทพที่มีชื่อเสียง ทำกิจกรรมหรูหรา อยู่ในวงสังคมที่ใช้เงินราวกับน้ำจากสายยาง ฉีดรดไม่หมดไม่สิ้น

ในขณะที่เตียง โต๊ะ ตู้ ของประดับต่างๆ ค่อยๆ หดหายไปจากคฤหาสน์อันโอ่อ่า ภัสราและวรุณีไม่เคยได้รู้ เพราะหญิงสาวทั้งคู่เสพความสำราญในคอนโดมิเนียมริมน้ำกลางกรุง คล้ายกับคอนโดมิเนียมหลังนี้ แต่ราคาถูกและหรูหราน้อยกว่า... นิดหนึ่งเท่านั้น

เมื่อวรุณีเข้ามหาวิทยาลัยได้ปีหนึ่ง เงินที่เป็นหนี้สินก็ไม่อาจปิดเป็นความลับต่อหล่อนและน้องสาวได้อีกต่อไป หญิงสาวไม่เข้าใจว่า ทำไมบัตรเครดิตของพ่อแม่ไม่อาจรูดซื้อรถยนต์ราคาแพง รูปร่างโฉบเฉี่ยวที่หล่อนติดตาต้องใจหนักหนาได้ จึงกลับไปเตรียมอาละวาดที่บ้านต่างจังหวัด เพื่อจะพบว่า คฤหาสน์หลังนั้นว่างเปล่าราวกับสุสาน และติดป้ายขายเอาไว้ โดยไม่บอกหล่อนกับน้องเลยสักนิดเดียว พ่อแม่หล่อนย้ายไปอยู่ในวัด นุ่งขาวห่มขาวปลงสังขาร ละจากทางโลกไปแล้วพร้อมกับเงินก้อนสุดท้ายจากการลงทุนที่ล้มเหลว ทิ้งภัสราไว้เป็นภาระของหล่อน

 วรุณีเจ็บใจ หากหญิงสาวมีความสู้คนอยู่เป็นวิสัย หล่อนใช้เงินที่พ่อแม่กันไว้ให้กัดฟันเรียนและกู้เงินทางมหาวิทยาลัยจนจบได้ครบ หากภัสรายังขาดอีกสองปี

เมื่อไม่มีทางเลือก เช้าวันหนึ่ง ภัสราก็รู้จากพี่สาวว่า ต้องเดินทางไปงานแต่งงานของพี่สาวกับผู้ชายที่แก่ยิ่งกว่าพ่อของหล่อนในสัปดาห์ถัดมา

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องแต่งตัวเจ้าสาว หากเมื่อถึงเวลาส่งตัวในพิธีแบบฝรั่งฟู่ฟ่านั้น เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวตามพิธีที่เป็นน้องรักของเจ้าสาวเอง ก็ก้าวออกมาอย่างสง่างามอย่างยิ่ง รอยยิ้มที่ละม้ายกันนั้นบิดแย้มจนงามอย่างน่าพิศวง ไม่มีร่องรอยความโศกเศร้า คับแค้น เกลียดชังใดๆ อยู่บนเรือนร่างและดวงหน้าที่สวรรค์วาดเอาไว้จนสุดฝีแปรงทั้งสิ้น

แต่หากใครมีตาทิพย์ มองล่วงเลยจากหน้าอกคู่งดงามใต้ผ้าลูกไม้สีขาวหรูหราของเจ้าสาว กับอีกคู่ที่อยู่ใต้ชุดสีเหลืองสดใสตามวัยแรกแย้มของผู้สวมใส่ คงจะได้เห็นดวงใจสองดวงที่เย็นชา ยับเยิน และเต็มไปด้วยบาดแผลเลือดเกรอะกรัง

น่าเสียดาย... ที่แขกสุภาพสตรีเห็น คือหญิงสาวน่าอิจฉาชาติตระกูลต่ำต้อยที่มีแต่โชคสองคน และที่แขกสุภาพบุรุษหวังจะเห็นนั้น ไม่มีอะไรลึกเลยไปจากใต้เนื้อผ้าของหญิงสาวทั้งคู่

 

และหลังจากการแต่งงานครั้งนั้น หญิงสาวก็ได้รู้ว่า ความงามของหล่อนมี ราคาสูงอย่างเหลือเชื่อ

 

เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วดังขึ้นเป็นดนตรีเบาๆ เป็นหมายเลขที่ภัสราไม่รู้จัก หญิงสาวกดรับด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะแช่งชักตัวเองในใจ

สวัสดี คุณผู้หญิงเสียงสุขุมหนักแน่นนั่นแล่นขึ้นมาตามสาย ทำให้หล่อนหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาติดหมัด

...หล่อนติดกับนายพรานเข้าแล้วหรือไร

สวัสดีค่ะ คุณอาคมใช่ไหมคะ

ภัสราคุมเส้นเสียงของหล่อนให้สงบนิ่ง เยือกเย็น

แปลกใจรึเปล่า ที่ผมหาเบอร์โทรศัพท์คุณมาได้ คำพูดกึ่งเย้ากึ่งเอาใจนั้นหากพูดด้วยน้ำเสียงแบบอื่นแล้วคงฟังเหมือนหนุ่มน้อยที่อยากอวดว่าเขาใส่ใจแฟนสาว หากด้วยเนื้อเสียงที่หนักหน่วง กลับฟังดูเย้ายวนและลึกลับ

หญิงสาวไตร่ตรองอย่างรวดเร็ว ว่าเบอร์โทรศัพท์ของเธอจะตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่มได้อย่างไร

ไม่แปลกใจค่ะ ก็คุณเป็นพี่เขยของคุณนุท หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงระวังระไวน้อยกว่าเดิมนิดหนึ่ง... เพื่อให้เป็นธรรมชาติ ส่วนดิฉันก็เป็นแขกคุณนุท เพราะฉะนั้นเบอร์มือถือของดิฉันที่คุณนุทมี จะเอาให้คุณก็ไม่ได้แปลกอะไร

เสียงหัวเราะหึดังแผ่วๆ นิดหนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดต่อว่า เอ้า นายเขตอยากจะคุยกับคุณแน่ะ

ภัสราแทบตั้งตัวไม่ทัน เมื่อโทรศัพท์มือถือโดนเปลี่ยนมือมาให้เป้าหมายของหล่อน

ฮัลโหลครับ คุณพัด... พัดชารึเปล่า

ชายหนุ่มพูด ลังเลกับชื่อของหญิงสาว

ภัสราค่ะ คุณอาเขตมีอะไรจะพูดกับภัสเหรอคะ

คราวนี้ แม้จะรู้ว่าปลายสายอาจมีคนตัวโตฟังอยู่ หากเมื่อเป็นเป้าหมายของหล่อน หญิงสาวก็เปลี่ยนโทนเสียงเป็นแสนจะอ่อนหวาน แฝงแววไร้เดียงสาไว้ทันที

เอ่อ เรื่องชุดน่ะครับ อาเขตพูด เสียงเอางานเอาการของเขาเข้ากับใบหน้าอ่อนใสกว่าวัยเป็นอย่างดี พี่คมให้แม่บ้านเอาไปซักเสร็จแล้ว แต่เห็นว่าคุณภัสรีบ เลยใส่ชุดของโรงแรมกลับออกไปก่อน

...คงจะเห็นว่าเสียหน้าหรืออะไรก็ช่าง แต่อาคมไม่ได้ปูดเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนั้น

มีเสียงหนักๆ ที่หล่อนฟังไม่ถนัดเล็ดลอดมาปลายสาย ตามด้วยเสียงรับคำของอาเขต

เอ้อ ครับ พี่คมบอกว่าให้คุณรีบคืนชุดของโรงแรมให้ด้วย เพราะว่าไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะโดนปรับ

ชุดของโรงแรมที่ว่า... ก็คือผ้าปูที่นอนสีขาวที่หล่อนดึงมาใช้ตอนนั้นเอง เรียกซะโก้ทีเดียวนะ หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

เอ้อ... ค่ะ เดี๋ยวภัสจะหาโอกาสไปคืนที่โรงแรม หญิงสาวพูด สมองปั่นจี๋ และความชำนาญในอาชีพทำให้หล่อนตัดสินใจพูดต่อ แต่แย่จังเลย ที่ทำงานภัสอยู่ห่างออกมาตั้งชานเมือง ถ้าจะเข้าออฟฟิศคุณเขตละก็ ภัสต้องขับรถเหนื่อยแย่

เหรอครับ ชายหนุ่มนิ่ง พิจารณา หากภัสราพอรู้ ปลาเนื้อหยกรูปงามค่อยๆ ว่ายเข้ามาใกล้ลอบช้าๆ เอ... ให้ผมแวะไปคืนชุดที่ที่ทำงานคุณภัสดีไหมครับ ยังไงผมก็เป็นฝ่ายผิดที่ทำชุดคุณภัสเปื้อนแบบนั้น

จะดีเหรอคะ ภัสราอิดเอื้อน... แหงล่ะ ถ้าเขารู้ว่าที่ทำงานหล่อนเป็นบริษัทแยกคู่ละก็จบกันพอดี

ภัสเกรงใจคุณนะคะ คุณอาเขตจะลำบาก ด้วยการทอดเสียงไม่มากนัก เอาแค่พอประมาณ ไม่เอื้อนยาวเฟื้อยเหมือนนางอิจฉาในโทรทัศน์ หญิงสาวก็เข้าใกล้ชมพูนุทมากขึ้น

ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ ยังไงก็เป็นความผิดของผม เอาอย่างนี้ คุณภัสบอกทางที่ทำงานมาให้ผมดีกว่าชายหนุ่มยืนยัน

 

แม้จะยังหนุ่ม แต่ท่าทางตรงไปตรงมา ตัดสินใจฉับไวเช่นนี้ จะเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่แสนจะรุ่งโรจน์ก็ไม่เห็นแปลกอะไร หากภัสรารู้จักข้อเสียของผู้ชายประเภทนี้... และหล่อนจะต้องเลือกเหยื่อล่อให้ถูกประเภท

 

ภัสเกรงใจคุณอาเขตจริงๆ นะคะ หญิงสาวทอดเสียงอ่อน หากอยู่ตรงหน้า หญิงสาวคงจะช้อนตาประกอบ แต่เมื่อมีเพียงกระจกอยู่ตรงหน้า หล่อนจึงแค่ยิ้มเย็น ถ้าคุณอาเขตต้องขับรถไกลละก็ ภัสต้องลำบากใจมากแน่ๆ เลยค่ะ

เอ้อ... ชายหนุ่มอึกอัก ประสาผู้ชายที่มักตามใจผู้หญิง แต่ไม่รู้ถึงนัยที่แฝงในข้อความนั้นๆ

หากเป็นยามปกติ คำตอบที่เหมาะสมกับคำเปรยนี้ ที่ผู้หญิงผู้เอ่ยประโยคนี้อยากฟัง คือ... ผมเต็มใจลำบากเพื่อคุณครับ... แต่อาเขตไม่รู้เรื่องนั้น เช่นเดียวกับผู้ชายอีกครึ่งโลกนั่นละ

งั้นพบกันครึ่งทางดีไหมครับ หญิงสาวยิ้ม... รอคำนี้อยู่พอดี เอาโรงแรมของทางเครือเราแถวๆ ที่ทำงานคุณก็ได้ ผมจะได้แวะตรวจงานเลย พรุ่งนี้คุณภัสพอจะว่างช่วงไหนบ้างครับ

ช่วงเช้าภัสไม่ค่อยว่างเลย เอาสักสิบเอ็ดโมงเป็นยังไงบ้างคะ

 ดีครับ งั้นพบกันนะครับ

หล่อนชวนเขาคุยเรื่องสัพเพเหระ ชมเรื่องบ้านที่เขาเป็นเจ้าของโครงการสองสามคำ ก่อนจะวางหูไป

... คราวนี้หล่อนจะไม่ให้พลาดอีก หญิงสาวหมายมั่นกับตัวเอง

 

หญิงสาววางแผนมารออาเขตก่อนเวลาเล็กน้อย หญิงสาวโทรศัพท์ไปรายงานความเป็นไปของงานชิ้นนี้กับปริศนา บอกเรื่องที่ในที่สุดหล่อนก็ได้พบเป้าหมายตามลำพัง และอดไม่ได้ที่จะบ่นถึงความผิดพลาดของตัวเอง

ปริศนาเป็นนายจ้าง แต่หญิงวัยกลางก็เป็นทั้งรุ่นพี่ ผู้ให้คำปรึกษาแนะนำที่เฉลียวฉลาด ทั้งยังเป็นนักสืบมีฝีมือ หญิงสาวไม่สนใจนักที่จะนำปัญหาตัวเองมาเล่าให้หญิงรุ่นพี่ฟัง เพราะความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และถ้าหล่อนเรียนรู้ด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว ความรุ่งโรจน์อย่างที่ภัสรามีในปัจจุบันนี้คงจะมาช้ากว่าที่หล่อนหวังไว้อีกหลายปี... บางทีอาจจะไม่มาจนหล่อนมีอายุไล่เลี่ยกับปริศนาก็ได้

 

นั่นแหละค่ะพี่ปู ภัสไม่น่าพลาดเลย ผู้ชายคนนั้นตาไวมากเลยนะคะ มองแวบเดียวก็เหมือนจะเดาใจภัสได้

หญิงสาวถอนใจนิดหนึ่ง ขณะที่ปริศนาถามไถ่

เอ... ลูกชายคนโตไหน พี่คิดว่านายอาเขตเป็นคนโตมาตั้งนาน แน่ใจนะ ว่าไม่ใช่ลูกอา ลูกน้า

ภัสก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่นามสกุลเดียวกันละแน่ๆ นายอาคมอะไรนั่นก็บอกว่าเป็นพี่ชายของคุณเขตนะคะ

คล้ายกับว่าหญิงวัยกลางคนเอ่ยปากจะถามต่อ แต่มีเสียงเคาะประตูลอดมาทางโทรศัพท์ พร้อมกับเสียงบอกกล่าวของผู้ชายอู้ๆ อี้ๆ ภัสราได้ยินเสียงหญิงรุ่นพี่รับคำ ก่อนหันมาพูดว่า

ตายจริง นายซันทำเรื่องล่ะ ดูซิ ปกติรายนี้งานไม่เคยเสียเลยแท้ๆ ปริศนาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ พยายามให้ความผิดพลาดของลูกน้องฟังดูเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ หากเมื่อเอ่ยต่อก็ทำเสียงเคร่งขึ้น พี่ต้องไปแล้วล่ะภัส ยังไงก็แล้วแต่ อย่าประมาทนะ ผู้ชายแบบที่ภัสเล่าน่ะ กุมความลับไว้เพราะหวังแต่จะหิ้วภัสเข้าโรงแรมแล้วก็สั่งให้ภัสแก้ผ้าเท่านั้นละ

ภัสราเผลอหัวเราะเบาๆ ก่อนที่หล่อนจะทันได้รู้ตัว... ถูกเผง... เขาทำไปแล้วเรียบร้อย

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พี่ปู หญิงสาวยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถ้าจะมีสถานการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นจริงได้ ภัสก็คงจะปลดเข็มขัดเขาด้วยความเต็มใจล่ะค่ะ ไม่ให้ใครมาบังคับเด็ดขาด

 

ภัสรามาถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย ร่างระหงแต่งตัวรัดกุมเหมือนพนักงานบริษัททั่วๆ ไป ชุดกระโปรงสีกาแฟเข้มจัดตัวไม่สั้นไม่ยาว แลเรียบร้อย ตัดกับเสื้อชั้นนอกสีขาวเด่น สั้นเหนือเอวอวดส่วนโค้งเว้ายวนตา รองเท้าส้นสูงเป็นหนังเงาปลาบถักทอร้อยรัดข้อเท้าขาวผ่องก้าวอย่างเนิบช้ากว่าปกตินิดหนึ่ง

ผู้ชายของหล่อน สนใจผู้หญิงที่มีความมั่นใจน้อยกว่ามาตรฐาน ถ้าเฉิดฉายออกมามากเกินไปคงไม่งามนัก แต่ถึงอย่างนั้นบุคลิกสง่างามของหล่อนก็ยังดึงดูดสายตาของผู้คนให้มองไม่วาง

 เมื่อมาถึงล็อบบี ตาคู่สวยก็กวาดหาร่างสูงผอมของชายหนุ่ม

ขอโทษค่ะ คุณภัสรารึเปล่าคะ เสียงเล็กๆ หวานๆ เรียกขึ้นด้านหลัง

หล่อนหันไปสบตากับพนักงานสาวร่างเล็กยิ้มสวย ก่อนตอบรับเรียบๆ

คุณอาเขตกำลังตรวจงานติดพันนิดหน่อย แต่ก็ได้ฝากจองโต๊ะอาหารกลางวันเอาไว้สำหรับคุณภัสราแล้วค่ะ อีกสักครู่จะตามลงมา ขอให้คุณภัสรารอก่อนนะคะ ไม่นานหรอก

สายตาของพนักงานสาวมองหล่อนอย่างสนใจเล็กน้อย หากพูดจาคล่องแคล่วสมเป็นมืออาชีพไม่เสียมารยาท ภัสราคลี่ยิ้มให้... ฝ่ายบุคคลของที่นี่ตาแหลมเอาการทีเดียว

 

ภายในภัตตาคารของโรงแรมปรับเครื่องปรับอากาศเย็นชื่นใจ กลิ่นดอกไม้หอมเย็นโชยชื่น อาหารเป็นแบบเลือกตัก จึงมีโต๊ะขนาดใหญ่จัดวางอาหารต่างชนิดไว้อย่างน่าชม กำแพงประดับฉลุลวดลายชดช้อยงดงาม และที่นั่งต่างๆ จัดไว้เป็นส่วนตัวจากกันพอสมควร แต่ไม่ไกลจนตักอาหารได้ลำบาก แทรกระหว่างโต๊ะด้วยน้ำตกบ้าง ฉากเล็กและกระถางต้นไม้บ้างอย่างน่าเอ็นดู

สถาปนิกที่ออกแบบห้องอาหารนี้ คงมีความสามารถมากทีเดียว

หญิงสาวเลือกกาแฟดำร้อนๆ มาจิบฆ่าเวลา นั่งมองดูแขกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติเดินเวียนตักอาหารและสนทนากันอย่างออกรส แม้จะไม่รู้จำนวนแขกแน่ชัด แต่หากกะเอาจากจำนวนคนที่มาร้านอาหารนี้ละก็ โรงแรมนี้คงเป็นอีกแห่งที่ทำกำไรได้มากโขทีเดียว

แต่ก็กระไร หากเจ้าของโรงแรมจะเป็นผู้ชายน่าเบื่อ นัดผู้หญิงเอาไว้แล้วก็ปล่อยให้รอเก้อโดยไม่ได้ติดต่อมาด้วยตนเอง มิน่าเล่า ชมพูนุทถึงอยากจะไปจากเขาใจจะขาดแล้ว

 

หญิงสาวนึกเรื่อยเปื่อยแก้เบื่อไปถึงสุริยะ ปริศนาบอกหล่อนว่าเขามีปัญหากับลูกค้า มันก็น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ของหล่อนนั้นใช้จิตวิทยาได้เชี่ยวชาญนัก จะจับจะปล่อยผู้หญิงคนไหนก็ทำได้อย่างใจ ไปทำท่าไหนถึงได้เกิดปัญหาขึ้นได้

เวลานั้นเองที่โทรศัพท์มือถือของหล่อนดัง หญิงสาวพลิกดูก็พบว่า สุริยะนั่นเองที่ติดต่อมา

สวัสดีค่ะพี่ซัน มีอะไรรึเปล่าคะ

 

น่าประหลาดใจ เสียงที่หล่อนได้ยินไม่ใช่เสียงของผู้ชาย

อ๋อ เธอนี่เองสินะ เป็นเสียงของเด็กผู้หญิง...  ไม่สิ... น่าจะเรียกว่าเด็กสาวแรกแย้มมากกว่า เสียงนั้นสั่นเครือ ฟังดูโกรธรุนแรง ที่สำคัญ มันฟังดูใกล้ตัวเหลือเกิน

ด้วยสัญชาตญาณ ภัสราหันกลับไปด้านหลัง

 

สาวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าขาวใสน่าเอ็นดูนั้นบึ้งตึง ตากลมโตวาวโรจน์ มือข้างหนึ่งกำแก้วน้ำหวานสีสดแน่น อีกข้างมีโทรศัพท์แนบหู โทรศัพท์ของสุริยะ

เธอใช่มั้ยที่แอบคบกับพี่ซัน

ว่าแล้วน้ำหวานสีแดงข้นก็ตวัดสาดเป็นสายใส่เนื้อตัวของภัสราทันที

 

ติดตามต่อตอนหน้านะครับ

 

ภัสราทิ้งตัวลงบนผ้าคลุมเตียงไหมอียิปต์นุ่มเนียนมือสีสันเจิดจ้า เส้นผมแผ่สยายลงราวกับรัศมีสีดำล้อมกรอบใบหน้างดงามของหล่อน หญิงสาวทอดถอนใจ โล่งอกที่หล่อนจะปลอดภัยจากเงื้อมมือผู้ชายร่างสูงคนนั้น

หล่อนคว้ากุญแจห้องของเขามาแล้ว และห้องโรงแรมนี้เป็นระบบออโต้ล็อค ยังไงเขาก็คงเข้ามาไม่ได้

เปิดประตูหน่อย คุณผู้หญิง เสียงหนักๆ หากเจือกระแสยั่วเย้าลอยมาจากอีกฟากประตู ผมชอบให้คุณเปิดประตูให้น่ะ มันคงจะดูน่ารักดี

หญิงสาวเมินนัยยะในคำพูดนั้นอย่างจงใจ ไม่เข้าใจว่าผู้ชายอย่างอาคมจะได้อะไรจากการเล่นเอาเถิดเจ้าล่อครั้งนี้

จริงๆ ผมเปิดเองก็ได้นะ แต่ผมถือว่าผมจะให้เกียรติสุภาพสตรี ชายหนุ่มพูดต่อ ผมจะนับถอยหลังนะ ถือว่าบอกให้คุณทราบก่อน

สาม... สอง... หนึ่งครึ่ง...

ภัสราบอกตัวเองว่า เขาไม่มีทางเปิดออกมาดื้อๆ หรอก ชายหนุ่มต้องลงไปขอมาสเตอร์คีย์ที่ล็อบบีก่อน และหล่อนจะใช้จังหวะสั้นๆ นั้นหนีออกทางประตูหนีไฟ

หนึ่ง... ศูนย์... ทันใดนั้น ประตูทรยศก็ส่งเสียงดังปิ๊บ แล้วก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย

ร่างสูงยืนจังก้าอยู่ที่ขอบประตู มือถือการ์ดสีเงิน ดวงตาใหญ่มีรอยยิ้มหยันๆ อีกแล้ว

ทำไม... คุณเข้ามาได้ไง ก็กุญแจอยู่กับฉัน หญิงสาวลุกพรวดขึ้นนั่ง มองตาเขา ก่อนจะเหลือบตาไปมองการ์ดกุญแจที่เขาถืออยู่

ก็มาสเตอร์คีย์อยู่กับผม ชายหนุ่มสอดการ์ดนั้นลงในกระเป๋าเสื้อนอกตอนที่เลียนคำพูดหล่อน มันเป็นเรื่องปกตินะ ที่จะให้มาสเตอร์คีย์อันพิเศษกับสถาปนิกผู้ออกแบบและดูแลการซ่อมบำรุงตึกนี้ แถมยังเป็นลูกชายเจ้าของตึกด้วยน่ะ รึคุณว่าไง

หมด... หมด... หมดกัน เพราะการลืมตัวตนของเขาเพียงคนเดียว ทำให้ภัสราแทบจะเรียกว่าพ่ายแพ้ทุกประตูในศึกครั้งนี้ และตอนนี้หล่อนก็อยู่ในคูหาของถ้ำเสือ... เสือหนุ่มผู้เจนจัดเสียด้วย

เอาละ เขาพูด ภัสราไม่เห็นประตูปิด เพราะร่างใหญ่บังสายตาหล่อนไว้จนมิด แต่เสียงปังนั้นบอกว่าทางออกสุดท้ายของหล่อน... นอกจากการพุ่งออกนอกหน้าต่างชั้นที่เท่าไหร่ไม่รู้ได้... ได้ปิดตายลงทุกกรณี

 

ถอดเสื้อผ้าออกสิคุณ

 

 อาคมพูดด้วยน้ำเสียงแกมสั่ง

ลึกๆ แล้ว ภัสรานึกกลัวอยู่ไม่น้อย หากเมื่อได้ยินคำพูดคำนั้นของเขา ความขันเข้ามาแทรกในความกลัวของหล่อน หญิงสาวเริ่มต้นหัวเราะเสียงใสในขณะที่ค่อยๆ เอนกายกลับลงบนเตียงนุ่มหนาในกริยาเนิบช้ากว่าเดิม

...ให้มันได้อย่างนี้สิ ผู้ชาย จะยากดีมีจน ไม่ได้ต่างกันเลยสักคนเดียว!

จะเอาอย่างนั้นหรือคะ คุณอาคมดวงตาหญิงสาวเป็นประกายวิบวับเมื่อช้อนสบเขา ในขณะที่ชายหนุ่มกอดอกมองนิ่งๆ คุณนี่ก็ร้ายไม่ใช่เล่นเชียวนะ

หล่อนค่อยๆ คลี่ผ้าคลุมไหล่จนสุดปลายแขน แล้วปล่อยให้มันระหล่นลงบนเตียงสีจัดจ้าน ร่างงามหยัดลุกในกริยาน่ามอง ไม่เร่าร้อนราคาถูก แต่ก็ไม่ใช่เด็กสาวอ่อนเชิง

จะมาถอดเองไหมล่ะคะ

 

คงจะไม่ได้ ชายหนุ่มว่ายิ้มๆ ถ้าผมเป็นคนถอด เราก็จะยุ่งจนไม่มีใครเรียกแม่บ้านมาเอาเสื้อของคุณไปซักนะ คุณหนู

ภัสราขยับตัว จ้องหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาคิดอะไรกันแน่ อะไรนะ

เชิญ เขาผายมือไปทางห้องน้ำ ในห้องน้ำพอมีเสื้อคลุม เข้าไปเปลี่ยนแล้วเอากระโปรงของคุณมา ผมจะได้เอาไปซัก

พอเห็นหญิงสาวยังจ้องอย่างไม่แน่ใจ ชายหนุ่มก็เท้าสะเอว ส่ายหัวท่าทางระอา

ฟังภาษาไทยรู้เรื่องรึเปล่าคุณนั่นแหละ ภัสราถึงได้สติ ลุกพรวด เชิดหน้าเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องน้ำแล้วดึงประตูปิดปัง

อย่าคิดจะซ่อนอยู่ในนั้นเชียว เสียงเย้ยๆ ยังไล่หลังมา มาสเตอร์คีย์ของห้องน้ำผมก็มีก๊อปปี้ เผื่อมีใครมาผูกคอตายในห้องน้ำหรือสลบคาโถส้วม เราจะได้เปิดประตูเข้าไปช่วยได้

หญิงสาวที่คิดจะปักหลักอยู่บนโถส้วมถอนใจอย่างหงุดหงิด

 

ครู่ต่อมา ร่างงามก็เยื้องกรายออกมาโดยมีผ้าคลุมอาบน้ำคลุมอยู่ ตัวผ้าคลุมเล็กไปนิด จึงแหวกให้เห็นอกอวบอิ่ม

ชุดราตรีของหล่อนไม่อำนวยให้ใส่เสื้อชั้นใน เพราะรัดรูปช่วงอก... ซึ่งเป็นเรื่องน่าเจ็บใจของอีกเรื่องสำหรับวันนี้ หล่อนยื่นชุดสวยให้เขา และเขาก็รับมาถือไว้ด้วยกริยาลำพองทีเดียว

ก่อนที่แม่บ้านจะมา ผมมีคำถามอยากจะถามคุณสักสองสามข้อ

เอาสิคะ ภัสรายักไหล่ ทิ้งตัวกลับลงไขว่ห้างบนเตียงนุ่ม สีขาวของผ้าเช็ดตัวตัดกับสีสดใสบนผ้าคลุมเตียง ช่วยให้รู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่บนแพดอกไม้เมืองร้อนแปลกตา

แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หล่อนก็ยังทำให้ผู้ชายทั่วไปคิดว่าหล่อนเป็นราชินีได้อยู่ดี

 สายตาของอาคมพยายามจะไม่แวะเวียนไปที่ชายผ้า... ที่พรางขาอ่อนขาวผ่องเอาไว้แนบเนียน เขายิ้มอย่างตัวร้ายก่อนจะถาม

ข้อแรก แม่ของคุณคงรวยมาก ถึงสั่งให้ดัลเช แอนด์ แกบานาตัดชุดงานกลางคืนเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณเป็นพิเศษได้

เขาออกปากถึงห้องเสื้อชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อเสียงมากในวงการแฟชั่น พลางคลี่ชุดออกสะบัดอวดสายตาหล่อน

คุณรู้ได้ยังไง่ละคะ ว่ามันเป็นของดัลเช แอนด์ แกบานา หล่อนถาม ออกจะมั่นใจว่าไม่มีป้ายยี่ห้อแน่ๆ หรือจะบอก ว่าคุณก็นิยมชมชอบแฟชั่นสตรีเหมือนกัน ตาคมช้อนท้าตาเหยี่ยว หากมันลึกจนยากที่หล่อนจะเดาความรู้สึกเขา

ไหล่หนาๆ ยกขึ้นเป็นเชิงยียวน ผมเคยไปดูเพื่อนของผมใส่ชุดต้นแบบของชุดคุณถ่ายแบบลงนิตยสารโว้กที่เลคมิชิแกน อเมริกาน่ะสิ

แฟนเก่า เสียงใสขัดขึ้นอย่างมีชัย และชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกนี้พูดถึงเพื่อนด้วยน้ำเสียงแบบนั้น ภัสรายิ้มเย้ยๆ ราวกับเป็นฝ่ายได้เปรียบบ้าง และไม่มีผู้ชายคนไหนจำรายละเอียดเรื่องงานของเพื่อนได้เท่านี้ด้วย

 คอหนาๆ เอียงราวกับเขากำลังดูสารคดีที่พูดว่ามดสามารถยกได้ห้าสิบเท่าของน้ำหนักตัว ทึ่งปนไม่เชื่อถือ แต่ก็ยอมรับ คุณนี่เก่งนะ

ดิฉันแค่รู้จักด้านมืดของผู้ชายพอควรภัสราถ่อมตัว... หล่อนไม่ได้แค่รู้จัก แต่รู้ดีถึงแก่นทีเดียว

เสียงเคาะประตูของแม่บ้านดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา อาคมจึงยื่นเสื้อและผ้าคลุมไหล่ให้ ก่อนหันกลับมาเผชิญหน้าหล่อนอีกครั้ง

แล้วคุณต้องการอะไร คราวนี้สีหน้าของชายหนุ่มขรึมลง ท่าทางเขาคงต้องการความจริงจังมากขึ้นจากการสนทนา

 คะ หล่อนช้อนตาขึ้นมองเขา สายตาใสซื่อราวนางกวาง หากริมฝีปากยิ้มเยื้อน... จนเกินพอดี

ดิฉันก็ต้องการชุดของดิฉันคืนสิคะ น่าเสียดายชุดสวย ปลายนิ้วเคลือบสีหวานพรมไล้ขอบเสื้อคลุมอาบน้ำเหมือนรำลึกถึงชุดที่หญิงสาวสวมก่อนหน้านี้ ดวงตาคมหลุบต่ำ เหมือนท้าทายดึงดูดสายตาเหยี่ยวให้มองตาม อุบัติเหตุทำลายชุดนั่น และดิฉันแค่อยากได้มันคืน

ผมเห็น... เห็นคุณหยุดจ้องน้องผม รอจังหวะเหมาะๆ ที่จะให้น้องชายผมลุกขึ้นมาชนคุณอาคมยกมือกอดอก มันออกจะดูเป็นเรื่องตั้งใจมากกว่านะ หรือว่าไง

ตายจริง หญิงสาวหัวเราะ เมาไวน์รึเปล่าคะ ดิฉันจะอยากทำลายเสื้อผ้าของตัวดิฉันเองให้อับอายไปทำไม

 

คิ้วหนา สะบัดปลายเหมือนพู่กันเบอร์โตๆ ตวัดปาดยักขึ้นข้างหนึ่งอย่างโอ่ๆ ถ้าจะมีอะไรสักอย่างในคืนนี้ที่พอจะทำให้ผมเมาได้ ก็คงจะมีแต่เสน่ห์ของคุณนั่นแหละ คนสวย

ความร้อนบางอย่างสาดผ่านนวลแก้มและลำคอของภัสราราวกับสุราแรงจัด... แต่ภัสรารู้ดีว่าหล่อนคอแข็งแค่ไหน และหล่อนจะไม่เมามายไปง่ายๆ ในคืนนี้

เสียดายนะคุณที่ความสวยของคุณเป็นพิษ ทำให้ผมได้จับตามอง และเห็นว่าคุณตั้งใจจะชนนายเขตนะสิ

คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันล่ะคะ ภัสราถาม ดิฉันเกรงว่าจะไม่

 ไม่มีหรอก ไหล่หนาๆ ยกแล้ววาง ยกเว้นแต่ว่านายอาเขตจะบังเอิญเห็นว่า คุณยังไม่ได้กดวางสายไปเลยหลังจากชนเขา

ภัสรายกมือข้างหนึ่งเท้าคาง โน้มตัวจนศอกชิดเข่าอย่างสนใจ หญิงสาวรักการปะทะคารม มันสนุกและท้าทาย

อ๋อ อย่างนั้นเหรอคะ หล่อนว่า แต่บังเอิญว่าเธอวางสายไปเองเสียด้วย เพื่อนของดิฉันคนนั้นน่ะ

อาคมถอนใจ เอาเถอะ ไม่ว่าคุณจะมีจุดประสงค์อะไรของคุณก็ช่างชายหนุ่มยักไหล่อีกครั้ง ไม่ใช่หน้าที่อะไรของผมที่จะดูแลนายเขตหรอก อันที่จริงเจ้าเขตมันก็โตแล้ว มือหนาๆ ลูบคาง คราวนี้จ้องมองหล่อนด้วยท่าทีครุ่นคิด เมียมันก็มีแล้วด้วยน่ะสิคุณ ผม...ยัง...ไม่มีเลย เสียงหนักเน้นคำว่า...ยัง... ชัดเจนราวกับจะยั่วเย้ากันในทีอย่างร้ายกาจ หมายมาด...เหมือนกับจะบอกว่า อีกเดียวก็คงได้มี...

เพราะงั้น เรามารอชุดของคุณซักจนเสร็จอีกสักสองสามชั่วโมง แล้วไปจากที่นี่กันดีกว่า

ภัสรากลับยิ้มค้าง... ผู้ชายคนนี้แสบนัก เขามองออกว่าหล่อนรักการโต้เถียง จึงได้แกล้งยั่วให้หญิงสาวเตรียมตอบโต้กลับไปแสบๆ คันๆ แล้วก็เปลี่ยนเนื้อเรื่องกะทันหันจนหล่อนลุ้นเก้อ...ร้ายจริงนะ

มีใครบอกบ้างไหมคะ ว่าคุณเป็นคู่สนทนาที่ออกจะไม่ได้เรื่อง หญิงสาวอดไม่ได้จริงๆ ที่จะแหนบไปสักที

แนชชาเคยบอกผมทีนึง เขายอมรับยิ้มๆ หมุนตัวอย่างสง่าแล้วทิ้งร่างใหญ่ๆ ลงนั่งข้างหล่อน ร่างเขาใหญ่มากจนภัสรารู้สึกเหมือนหล่อนจะกระดอนออกจากเตียง เพื่อน... คนที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นไง เป็นนางแบบที่อเมริกา เธอบอกว่าผมติดนิสัยชอบยั่วโมโห

...ย่ะ ภัสราพยักหน้า หล่อนเข้าใจความรู้สึกแม่สาวนางแบบคนนั้นขึ้นมาตงิดๆ แต่แล้วก็นึกแปลกใจตัวเอง

ก็หล่อนเป็นศัตรูของเขา จะไปเข้าใจคนรักเก่าของเขายังไงนักหนากัน

แต่นอกจากยั่วโมโหแล้ว ยั่วอย่างอื่นผมก็ทำเป็นนะ ถึงจะไม่เก่งเท่าคุณก็เถอะ ดวงตาทรงอำนาจคู่นั้นมองหล่อน และมันก็ทรงอำนาจมากพอที่จะทำให้หล่อนเผลอกระชากชายเสื้อคลุมสองข้างตรงช่วงหน้าอกให้แน่นขึ้น

 

คนอะไร... แป๊บหนึ่งก็ทำให้หล่อนเผลอวางท่าโต้ตอบได้ฉาดฉาน หากอีกชั่วแวบกลับรู้สึกเหมือนเขากระชากเสื้อผ้าหล่อนออกมาด้วยสายตา ทำให้วางใจได้ลำบาก

 

แต่ภัสราไม่ใช่ผู้หญิงเนื้ออ่อนให้ใครขบเคี้ยวหยอกเย้าได้ง่ายๆ หญิงสาวผละจากเตียง ทอดกายแช่มช้าไปที่โซฟาแล้วคลี่ยิ้ม

ดิฉันขอรับคำชมนั้นอย่างยินดีค่ะ

พอเห็นว่าหล่อนย้ายไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟาเนื้อนุ่มลายดอกไม้ป่าสดใสแล้ว ชายหนุ่มก็กระโจนขึ้นบนเตียงเต็มตัว ร่างใหญ่คล่องแคล่วเหมือนเสือดำ กางแขนเหยียดขายึดครองขอบเตียงไว้เต็มที่อย่างน่าสบาย หากในท่วงท่ามีความน่าเกรงขามแฝงอยู่ไม่น้อย สีดำของสูทเขาส่งผลกับสีสันจัดจ้าของผ้าไหมอียิปต์พอๆ กับสีขาวของเสื้อผ้าหล่อน มันแลดูเหมือนว่าเขาคือยมทูตสีดำกำลังเสกสายฟ้าหลากสีเพื่อจับเอามารและแม่มดร้ายกลับไปในโลกล่าง

เอ... หรือต้องใส่ชุดจีนสีแดงนะ หน้าตาอาตี๋โหดแบบนี้คงเป็นยมทูตฝรั่งไปไม่ได้...

ตกลงคุณจะไม่บอกผมใช่ไหม ว่ามีจุดประสงค์อะไรถึงได้พยายามเอาตัวเข้ามาใกล้ชิดนายเขตชายหนุ่มผงกหัวขึ้นถามหล่อน

ภัสราเชิดหน้ายิ้ม ไม่ตอบคำถาม

เอาละ งั้นผมจะปล่อยวางแล้ว กว่าจะแก้แบบไอ้บ้านบ้าที่นายเขตกำลังเสนอๆ อยู่นั่นเสร็จ คุณรู้ไหมว่ามันนานแค่ไหน ผมไม่ได้นอนมาแทบจะทั้งอาทิตย์แล้วเนี่ย

จริงสิ อาคมเป็นสถาปนิกนี่นา เขาคงจะเป็นคนออกแบบบ้านประหยัดพลังงานชุดนี้แน่ๆ

แล้วทำไมคุณไม่เสนองานนั่นเองล่ะคะภัสราถามอย่างสงสัยจริงไม่มีมารยา

มันซับซ้อนจะตาย ผู้หญิงอย่างคุณรู้เข้าหน้าจะเหี่ยวเปล่าๆ มือใหญ่ๆ โบก ภัสรานิ่วหน้านิดหนึ่งตอนได้ยินคำว่าเหี่ยว แต่ก่อนที่หล่อนจะแสดงอาการต่อเขาก็พูด ถ้าคุณจะออกจากโรงแรมด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ ไม่มีบราโทงเทงละก็ ตามใจ ส่วนถ้าผมเป็นคุณ ผมจะรออยู่ในนี้จนกว่าเสื้อผ้าจะเสร็จ เดี๋ยวคุณจะได้คุยกับนายอาเขตไง

 

คงสนุกล่ะที่หล่อนจะจีบอาเขตเป็นคนรัก ในเมื่อเขาจะเห็นหล่อนอยู่ในห้องโรงแรมสองต่อสองกับพี่ชายเขาในชุดคลุมอาบน้ำ ผ้าคลุมเตียงยับ...หญิงสาวคิดในใจ พลางยอมรับแผนการของเขาไม่น้อย

หากเมื่อภัสราจะตอบโต้ หล่อนก็ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอเป็นจังหวะ

 

...อาคมนอนเหยียดยาว ขาสองข้างไขว้กันเล็กน้อยอวดความสูงสง่าตลอดเรือนร่าง ใบหน้าคมดุเมื่อหลับตากลับดูอ่อนเยาว์และอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ผิวเนื้อไม่ขาวจัด แต่ก็สะอาดสะอ้านตัดกับสีดำที่สวมใส่

เขาหลับไปต่อหน้าต่อตาหล่อน

 

คราวนี้ภัสรายิ้มจริง ผู้ชายประหลาดคนนี้ก็เหมือนผู้ชายธรรมดานั่นละ มั่นอกมั่นใจในตัวเอง อีโก้สูงกับปัญญาของแผนที่ตัวเองคิดประดิษฐ์จนไม่ได้คิดว่าจะมีทางเลือกอื่นนอกเหนือแผนการณ์ที่ตัวเองวางเอาไว้ ทำให้แผนที่วางไว้อย่างดีต้องมาผิดพลาดอย่างน่าเสียดาย

 

ภัสราหยิบน้ำมารองใส่แก้ว จิบช้าๆ รอให้ชายหนุ่มดิ่งสู่ห้วงนิทราลึกเพื่อดำเนินการ

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ร่างงดงามก็ปรากฎต่อสายตาผู้คนอีกครั้ง

ภัสราก้าวยาวๆ อย่างสง่า รวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบ หล่อนอยู่ในชุดแบบธิดากรีกที่เป็นผ้าผืนใหญ่เนื้อขาวสะอาดพาดพันอย่างมีศิลป์ ช่วงเอวรัดด้วยเข็มขัดหนังงูหลวมๆ สีดำ ซ่อนหัวเข็มขัดไว้ในชายผ้าที่ห้อยระย้า เปลือยไหล่ผุดผาดข้างหนึ่ง และเปิดเรียวขางามสล้างเป็นจังหวะตามการก้าวเดิน

เส้นผมของหล่อนเกล้าเป็นมวยหลวมๆ บางปอยตกระช่วงคอระหงงามตา ประดับด้วยเครื่องประดับผมมุกแกว่งไกว ดูแตกต่างกับยามเข้ามาราวกับคนละคน แม้จะเป็นเทพธิดาชุดขาวเหมือนเดิม

 

... ต้องขอบคุณโรงแรมนี้ ภัสราคิด ที่มีผู้ปูเตียงสำรองสีขาวเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้อง หญิงสาวหยิบมันมาพาดพันทับร่างเปลือยของตน ก่อนจัดการปลดเข็มขัดของอาคมที่หลับสนิทมาช่วยรัดไม่ให้เสื้อหลุดไหลลงพื้น หลังจากแต่งหน้าใหม่และเปลี่ยนทรงผมในเวลาสั้นๆ หล่อนก็พร้อมจะจากโรงแรมไปโดยไม่มีใครจดจำได้อีก

 

แม้ดูเผินๆ หล่อนจะเป็นคนชนะเกมนี้ หากหญิงสาวรู้ว่าหล่อนได้เสียทีไปแล้วที่ทำให้อาคมรู้ว่าเป้าหมายของหล่อนคืออาเขต และเขาอาจจะเตือนน้องชายตัวเองไปเรียบร้อยแล้วเสียด้วย

 

คอยดูเถอะ หากเขาทำจริง หล่อนจะเอาเข็มขัดของเขา เช้ดรอยนิ้วมือออก แล้วไปหย่อนไว้ที่สถานที่เกิดอาชญากรรมชุกๆ สักที่

แล้วก็รอเฉลิมฉลองข่าวเกี่ยวกับฆาตกรสถาปนิกดังซะให้หนำใจเลยทีเดียว!!

  

ติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ